เกมติดตาม รายงานผลฟุตบอล แบบเรียลไทม์

แทงบอลออนไลน์

แทงบอลออนไลน์

แทงบอลออนไลน์

แทงบอลออนไลน์

แทงบอลออนไลน์

แทงบอลออนไลน์

แทงบอลออนไลน์

แทงบอลออนไลน์


0 Shared

0 Pined

0 Shared

0 Shared

chanathip songkrasin นักฟุตทีมชาติไทย ประวัติความเป็น ผลงาน

chanathip songkrasin

ประวัตินักฟุตบอล

ชนาธิป สรงกระสินธ์ เกิดเมื่อ  5 ตุลาคม พ.ศ. 2536 เป็นนักฟุตบอลชาวไทยคนหนึ่งที่ปัจจุบันเล่นให้กับ คอนซาโดเล ซัปโปะโระ ในเจลีก หรือ ลีกญี่ปุ่น ดิวิชัน 1 และทีมชาติไทย ชนาธิปเริ่มมีชื่อเสียงจากการเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่ วินเฟรด เชเฟอร์ เรียกตัวเข้าไปร่วมการแข่งขัน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 ในฐานะตัวแทนทีมชาติไทยชุดใหญ่ ได้ตำแหน่งรองแชมป์ ก่อนที่สองปีต่อมาจะพาทีมคว้าแชมป์ได้สำเร็จในรายการเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 และคว้าแชมป์อีกครั้งในเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 โดยได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมจากสองครั้งหลังสุด ทั้งนี้ ชนาธิป ยังเป็นกำลังสำคัญของผู้เล่นทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี คว้าเหรียญทองในการแข่งขัน ซีเกมส์ 2013 ที่พม่า และซีเกมส์ 2015 ที่สิงคโปร์ รวมถึงคว้าอันดับ 4 ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2014 ที่เกาหลีใต้ แต่ด้วยการมีรูปร่างที่เล็กแต่มีทักษะฟุตบอลที่ดีเยี่ยม มีความคล่องแคล่วปราดเปรียวมีความเข้าใจเกมสูง ชนาธิป จึงได้รับฉายาว่า เมสซิเจ

ประวัติการเป็นนักฟุตบอลอาชีพของเขา มีจุดเริ่มต้นในสมัยที่ ชนาธิป ยังเล่นฟุตบอลระดับนักเรียน เขาเคยถูกทีโอทีปฏิเสธที่จะเซ็นสัญญาด้วยเพราะรูปร่างเล็กเกินไปไม่เหมาะจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ก่อนที่ บีอีซี เทโรศาสน จะนำตัวเขามาร่วมทีมชุดเยาวชนของสโมสร โดยให้ค่าแรงเดือนละ 10,000 บาท  และได้พาสโมสรต้นสังกัดคว้าแชมป์มาหลากหลายถ้วย จึงได้รับโอกาสเข้าไปเล่นในทีมชุดใหญ่ รวมถึงทีมชาติไทย และพาสโมสรอีซี เทโรศาสน คว้าแช้มฟุตบอลถ้วยมากมายเช่นเดียวกับทีมชาติ ที่คว้าแชมป์คิงส์คัพ และทัวนเมนต์อื่น ๆ  แต่ในเวลาต่อมา เจ้าเจ ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บทำให้ไม่มีได้ลงช่วยทีมมากนัก และทีมทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ในลีก ทำให้เขาต้องย้ายไปร่วมสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัวในเวลาต่อมา  และในระหว่างเล่นให้กับสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ก็ทำผลงานที่ยอดเยี่ยมมากและพาเมืองทอง ยูไนเต็ดสามารถคว้าแชมป์ไทยลีกได้เป็นสมัยที่ 4 ซึ่งผลงานดังกล่าวทำให้สโมสรคอนซาโดเล ซัปโปะโระ ทีมฟุตบอลจากเจลีกของญี่ปุ่นได้ติดต่อมายังสโมสรเมืองทองเพื่อดึงตัวชนาธิปไปร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัว  โดยเข้าไปเล่นตั้งแต่ เลก 2 ปี 2560 และได้เล่นทั้งฤดูกาลในต่อมา  เมื่อจบฤดูกาลล่าสุด ปี2561 ชนาธิป สามารถคว้าตำแหน่ง MVP ของสโมสรคอลซาโดเล ซัปโปโรประจำฤดูกาล 2018 ไปครอง โดยได้ผลคะแนนโหวตมาเป็นอันดับหนึ่งจากเพื่อนร่วมทีมทั้ง22คนและนอกเหนือจากนี้ ชนาธิป ยังได้รับการโหวตให้ติดทีมยอดเยี่ยมแห่งเจลีกในฤดูกาล2018 อีกด้วยนับว่าเป็นนักเตะชาวไทยที่ได้รับการยอมรับในฝีเท้าจากแฟนบอลในแดนปลาดิบอย่างมาก ชนาธิป ถือว่าเป็นกำลังหลักของสโมสรโดยเพื่อนร่วมทีมต่างก็ยอมรับในตัวเขา

นักฟุตบอลเมืองไทยจะมีสักกี่คนที่สามารถก้าวไปสู่เวทีการแข่งขันฟุตบอลในต่างประเทศได้ และยังได้รับการยอมรับจากประเทศอื่น ๆ เจ ชนาธิป เป็นนักฟุตบอลที่ได้เข้าไปเล่นใน เจ ลีก ของประเทศญี่ปุ่น เป็นนักฟุตบอลที่เต็มไปด้วยจินตนาการ และ การสร้างสรรค์เกมที่ดี ทำให้ก้าวขึ้นสู่การเป็นระดับท็อปในเอเชียคนหนึ่ง และคว้ารางวัลมากมาย ซึ่งเยาวชนไทยควรนำผู้ชายคนนี้เป็นแบบเพื่อสร้างชื่อเสียงและก้าวสู่วงการฟุตบอลอาชีพ

รูปแบบการเล่นของ เจ ชนาธิป

การเล่นฟุตบอลของ เจ ชนาธิป นั้น เนื่องจากเป็นคนตัวเล็ก แต่เต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง และ มีความเร็ว ประกอบกับการมีการสร้างสรรค์ เกมที่ดีเป็นเลิศ ทำให้อาวุธที่อันตรายมากที่สุดของนักเตะคนนี้ คือ การจ่ายบอลที่อยู่เหนือกว่าการจินตนาการของคู่แข่ง ทักษะการเลี้ยงบอลที่คล่องแคล่วจะทำให้ผ่านคู่ต่อสู้ไปได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยสาเหตุนี้จึงถูกเรียกด้วยฉายา เมสซี่ เจ

เส้นทางสายนักเตะของ เจ ชนาธิป

คุณพ่อของ เจ ชนาธิป สอนให้เล่นฟุตบอลตั้งแต่มีอายุ 1 ปี เรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นการสร้างนักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยม เริ่มเตะฟุตบอลอย่างจริงจังในขณะที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ในโรงเรียนกีฬากรุงเทพ หลังจบ ชั้นประถมศึกษา ได้เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนสามพรานวิทยา และเล่นให้กับทีมฟุตบอลเดิมพันสายทีมหนึ่ง โดยทีมฟุตบอลแข่งเดินสาย ชื่อ ซีแอล ไฮสปีด เป็นทีมฟุตบอลชื่อดังในนครปฐม เมื่อจบจากมัธยมศึกษาตอนต้น ชนาธิป ได้ทำการศึกษาต่อที่วิทยาลัยเทคโนโลยีพาณิชย์การราชดำเนิน และ คว้าแชมป์ฟุตบอลนักเรียนกรมพลศึกษารุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ในปี 2554

ฟุตบอลสโมสร

  • บีอีซี เทโรศาสน

ฤดูกาล 2554

ในสมัยที่ชนาธิป ยังเล่นฟุตบอลระดับนักเรียน เขาเคยถูกทีโอทีปฏิเสธที่จะเซ็นสัญญาด้วยเพราะรูปร่างเล็กเกินไปไม่เหมาะจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ก่อนที่บีอีซี เทโรศาสนจะนำตัวเขามาร่วมทีมชุดเยาวชนของสโมสร โดยให้ค่าแรงเดือนละ 10,000 บาท ชนาธิป อยู่ในทีมชุดเยาวชน U-19 ของสโมสรและสามารถพาทีมเยาวชนของสโมสรคว้าแชมป์ เอฟเอ ยูธ คัพ 2011 ได้สำเร็จ โดยในนัดชิงชนะเลิศ วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ที่สนามศุภชลาศัย เขาสามารถพาสโมสรเอาชนะทีมเยาวชน U-19 ของบุรีรัมย์ พีอีเอ ไปได้ 5-2 และได้รับรางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ หลังจบเกม ด้วยผลงานที่ดีในทีมเยาวชนของบีอีซี เทโรศาสน ทำให้ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2554 เขาถูกสมชาย ชวยบุญชุม โค้ชทีมชาติชุดเยาวชนในขณะนั้น เรียกติดทีมชาติไทยชุดเยาวชน 19 ปี แข่งขันในรอบคัดเลือกของฟุตบอลเอเชียเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปี ปี 2012 โดยทีมชาติไทยได้แชมป์กลุ่มและได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยในรอบคัดเลือกนี้ชนาธิป ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงและยิงประตูให้ทีมชาติไทยชุดเยาวชนอายุ 19 ปีได้ 1 ลูก ในเกมที่ถล่มเยาวชนทีมชาติกวมไปถึง 13-0 ที่สนามเทพหัสดิน

ฤดูกาล 2555

หลังจากสามารถคว้าแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ 2011 ชนาธิปก็ได้รับโอกาสจากแอนดรูว์ อ็อด กุนซือใหญ่ของทีมในขณะนั้นให้ติดทีมชุดใหญ่ ชนาธิปได้รับโอกาสลงเล่นให้กับต้นสังกัดเป็นครั้งแรกในนัดเปิดสนามของไทยพรีเมียร์ลีก 2555 วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2555 ที่ทีมของเขาต้องออกไปเยือนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดที่สนามไอโมบาย โดยชนาธิปลงเล่นเป็นตัวจริงแต่ทีมของเขาแพ้ไป 2-1 และมายิงประตูแรกได้ในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 ในนัดที่บีอีซี เทโรศาสนออกไปเยือนการท่าเรือไทย ที่แพตสเตเดียม ซึ่งเขาถูกเปลี่ยนลงมาแทนจักรกริช บุญคำในครึ่งหลัง โดยในการแข่งขันนัดดังกล่าวเขาทำผลงานให้เป็นที่จดจำของแฟนบอลด้วยการถูกส่งลงมาในฐานะตัวสำรองแล้วยิงคนเดียว 2 ประตูโดยลูกที่ 2 เป็นการกระชากด้วยความเร็วกว่าครึ่งสนามก่อนจะล็อกหลบวัลลภ แซ่จิ๋ว นายประตูเจ้าบ้านแล้วค่อย ๆ เลี้ยงบอลผ่านเส้นประตูเข้าไปอย่างเหนือชั้น ทำให้สโมสรบุกมาชนะการท่าเรือถึงถิ่น 2-0 ด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่จากฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยม ทำให้ชนาธิป ยึดตำแหน่งภายในทีมได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่ขึ้นมาจากทีมเยาวชน โดยในวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 เขาได้ลงสนามในรายการ โตโยต้า ลีกคัพ 2555 ในรอบ 32 ทีมสุดท้ายซึ่งเป็นการลงเล่นรายการนี้เป็นนัดแรกของเขา ในเกมนัดดังกล่าวทีมของเขาต้องออกไปเยือนลำพูน วอร์ริเออร์ที่แม่กวงสเตเดียม และเขาก็ช่วยให้ทีมชนะ 2-1 ต่อมาในวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 เขายิงได้อีก 1 ประตูในเกมไทยพรีเมียร์ลีกที่บีอีซี เทโรศาสน ต้องออกไปเยือนสงขลา ยูไนเต็ด ที่สนามติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา โดยเขายิงประตูให้ทีมขึ้นนำ 1-0 ก่อนที่ทีมของเขาจะชนะเจ้าบ้านไป 2-1

บทความแนะนำ  เควิน ดีรมรัมย์ ประวัติความเป็นมา และผลงาน บนเส้นทางสู่นักเตะอาชีพ

วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555 ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้ลงเล่นฟุตบอลชิงถ้วยไทยคม เอฟเอคัพ เป็นครั้งแรก โดยเป็นเกมรอบ 32 ทีมสุดท้าย ที่สโมสรต้องออกไปเยือนพัทยา ยูไนเต็ด ที่สนามกีฬาเทศบาลหนองปรือ โดยเขาเป็นคนเปิดให้กิลเบิร์ต คุมสัน ยิงประตูชัยให้บีอีซี บุกมาชนะ 1-0 ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย และต่อมาในเกมไทยพรีเมียร์ลีกวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2555 ระหว่างบีบีซียูกับบีอีซี เทโรศาสน ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ชนาธิป ยิงให้ทีมขึ้นนำ 2-1 ก่อนจะจบลงด้วยผลเสมอ 2-2

ชนาธิปได้ลงสนามในฤดูกาลนี้รวม 33 นัด (ไทยพรีเมียร์ลีก 28 นัด, โตโยต้า ลีกคัพ 3 นัด, เอฟเอ คัพ 2 นัด) ยิงในไทยพรีเมียร์ลีกได้ 4 ประตู และบีอีซี เทโรศาสนจบฤดูกาลด้วยอันดับ 3 จากผลงานและลีลาการเล่นในฤดูกาลนี้ทำให้ชนาธิป สรงกระสินธ์ได้เล่นให้ทีมชาติไทยชุดเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปี ไปแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติเอเชียรอบสุดท้ายที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังจากเคยเล่นในรอบคัดเลือกเมื่อปีที่แล้ว และติดทีมชาติชุดใหญ่ไปแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012

ฤดูกาล 2556

ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2556 ชนาธิป ถูกเรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่ในการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 42 และได้ลงเล่นเป็นตัวจริงแต่ทำได้เพียงแค่คว้าอันดับ 3 ร่วมกับทีมชาติเกาหลีเหนือ

ในฤดูกาลนี้สโมสรเปลี่ยนแปลงโค้ชเป็น สเตฟาเน่ เด โมล และชนาธิป เริ่มต้นฤดูกาล 2556 ในเกมที่บีอีซี-เทโรศาสนบุกไปชนะราชบุรี 1-0 ที่สนามกีฬาจังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 10 มีนาคม โดยเป็นตัวสำรองและถูกส่งลงมาแทนคลีตัน ซิลวา ในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเกม

การยิงประตูแรกในฤดูกาลนี้ของเขาเกิดขึ้นในเกมไทยพรีเมียร์ลีกที่เสมอกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1-1 ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม โดยถูกเปลี่ยนตัวลงมายิงตีเสมอให้กับทีม ซึ่งประตูที่เขายิงได้ในนัดนี้ถือเป็นประตูแรกที่เขายิงได้ต่อหน้าแฟนบอลที่สนามเหย้าของสโมสร ต่อมาวันที่ 18 สิงหาคม เขายิงในไทยพรีเมียร์ลีกได้อีก 1 ประตู โดยยิงให้บีอีซี เทโรศาสนตีเสมอบางกอกกล๊าส 1-1 ก่อนจะจบลงด้วยการบุกมาชนะ 3-2 ที่ลีโอสเตเดียม แต่ในช่วงท้ายเกมเขากลับถูกใบแดงไล่ออกจากสนามเพราะไปมีปัญหากับฟลาเวียง มิเชลินี่ และธีรเทพ วิโนทัย นักเตะของบางกอกกล๊าส โดยถือเป็นการได้ใบแดงครั้งแรกของเขาในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ วันที่ 27 ตุลาคม เขายิงได้ 1 ประตูในเกมเปิดบ้านเสมอเมืองทอง ยูไนเต็ด 2-2 ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา จบฤดูกาลชนาธิปลงสนาม 28 นัด (ไทยพรีเมียร์ลีก 26 นัด, เอฟเอคัพ 1 นัด, ลีกคัพ 1 นัด) ยิงในไทยพรีเมียร์ลีกได้ 3 ประตู พาบีอีซี เทโรศาสนต้นสังกัดคว้าอันดับ 6 ในลีก และเกียรติศักดิ์ เสนาเมืองได้เรียกติดฟุตบอลทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี แข่งขันในกีฬาซีเกม 2013 ที่ประเทศพม่าในเดือนธันวาคม

ฤดูกาล 2557

ในช่วงต้นฤดูกาล ชนาธิป ต้องพลาดโอกาสในการลงสนามเนื่องจากได้รับบาดเจ็บกระดูกหน้าแข้งหักจากการลงเล่นให้ทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ในกีฬาซีเกมเมื่อปลายปีก่อน และมาได้ลงสนามนัดแรกในฤดูกาลนี้เมื่อวันที่ 29 มีนาคม ในเกมที่เปิดบ้านเสมอกับเมืองทอง ยูไนเต็ด 1-1 โดยเป็นตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนลงมาเล่นในช่วง 20 นาทีสุดท้าย

วันที่ 22 มิถุนายน ชนาธิป ยิงประตูแรกในฤดูกาลนี้ และช่วยให้บีอีซี-เทโรศาสนเปิดบ้านเสมอกับเชียงราย ยูไนเต็ด 1-1 ในเกมไทยพรีเมียร์ลีก และนัดต่อมา วันที่ 25 มิถุนายน เขายิงให้ทีมขึ้นนำ 1-0 และจ่ายบอลให้เพื่อนทำประตูได้อีก 1 ลูก ในเกมที่เอาชนะสมุทรสงคราม 2-0 ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ชนาธิป สรงกระสินธ์ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นคนสำคัญของ บีอีซี เทโรศาสน และในเกมระหว่างบีอีซี เทโรศาสน เปิดบ้านพบอาร์มี่ ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม เขายิงไกลเป็นประตูชัยให้บีอีซี ชนะ อาร์มี่ ยูไนเต็ด 2-0 โดยประตูดังกล่าวเป็นประตูที่ 10 ที่ชนาธิปยิงให้บีอีซี เทโรศาสนในไทยพรีเมียร์ลีกนับตั้งแต่ขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ของสโมสร

เดือนกันยายน ชนาธิป ถูก เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เรียกตัวติดทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกม ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ และพาทีมชาติคว้าอันดับ 4 มาครอง หลังจากกลับมาจากเอเชียนเกม ชนาธิป ลงสนามให้บีอีซี เทโรศาสน ในเกมโตโยต้าลีกคัพ รอบชิงชนะเลิศกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่าที่สนามศุภชลาศัย เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2557 และช่วยให้ทีมชนะบุรีรัมย์ไปได้ 2-0 และได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ โดยเป็นแชมป์รายการแรกของเขากับบีอีซี-เทโรศาสน

ในเกมไทยพรีเมียร์ลีกนัดสุดท้ายของฤดูกาล วันที่ 2 พฤศจิกายน ที่พบกับเชียงราย ยูไนเต็ด ชนาธิปยิงได้อีก 1 ประตู แต่จบเกมบีอีซีแพ้ไป 2-1 และจบฤดูกาลด้วยอันดับ 3

บทความแนะนำ  ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าทีมชาติไทย ประวัติและผลงานที่ผ่านมา

ฤดูกาล 2558

ชนาธิป เริ่มต้นฤดูกาลนี้ในการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีกนัดที่เปิดบ้านเสมอกับเชียงราย ยูไนเต็ด 1-1 เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 และยิงประตูแรกในไทยพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ได้ในนัดที่บุกไปชนะสโมสรโอสถสภา 3-2 ฤดูกาลนี้เขาถูกอาการบาดเจ็บรบกวนทำให้ไม่ได้ลงสนามมากเท่าที่ควร โดยบีอีซี เทโรศาสนทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ในลีก ทำให้เขาต้องย้ายไปร่วมสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัว

  • เมืองทอง ยูไนเต็ด

ฤดูกาล 2559

28 มกราคม 2559 ชนาธิป เปิดตัวเป็นนักเตะคนใหม่ของเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดในไทยพรีเมียร์ลีกร่วมกับธนบูรณ์ เกษารัตน์และพีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา 2 นักเตะทีมชาติไทยชุดใหญ่ ซึ่งทั้งสามมาร่วมทีมเมืองทองด้วยสัญญายืมตัวพร้อมตัวเลือกซื้อขาดจากบีอีซี เทโรศาสน โดยชนาธิปพร้อมกับพีระพัฒน์และธนบูรณ์ได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะของเมืองทองเป็นการถาวร ชนาธิป ลงสนามนัดแรกให้เมืองทอง ยูไนเต็ดเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 ในการแข่งขันเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีกรอบคัดเลือกนัดที่พบกับยะโฮร์ ดารุล ตะก์ซิมจากมาเลเซีย และจากผลงานที่ยอดเยี่ยมของชนาธิปทำให้เมืองทอง ยูไนเต็ดสามารถคว้าแชมป์ไทยลีกได้เป็นสมัยที่ 4 ซึ่งผลงานดังกล่าวทำให้สโมสรคอนซาโดเล ซัปโปะโระทีมฟุตบอลจากเจลีกของญี่ปุ่นได้ติดต่อมายังสโมสรเมืองทองเพื่อดึงตัวชนาธิปไปร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัว

  • คอนซาโดเล ซัปโปะโระ

ฤดูกาล 2560-เลก 2

ชนาธิปเปิดตัวกับคอนซาโดเล ซัปโปะโระในวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2559 ในสัญญายืมตัวจากเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด โดยชนาธิปได้ย้ายไปเล่นเจลีกเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2560 และเริ่มเข้าร่วมทีมตั้งแต่เลก 2 ของฤดูกาล

ชนาธิป สามารถคว้าตำแหน่ง MVP ของสโมสรประจำฤดูกาล2018 ไปครองโดยได้ผลคะแนนโหวตมาเป็นอันดับหนึ่งจากเพื่อนร่วมทีมทั้ง 22 คน และนอกเหนือจากนี้ ชนาธิปยังได้รับการโหวตให้ติดทีมยอดเยี่ยมแห่งเจลีกในฤดูกาล 2018 อีกด้วย นับว่าเป็นนักเตะชาวไทยที่ได้รับการยอมรับในฝีเท้าจากแฟนบอลในแดนปลาดิบอย่างมาก

หลังจากที่ชนาธิป ถูกซัปโปะโระยืมตัวเป็นเวลา 1 ปีครึ่ง ทางสโมสรได้ทำการเซ็นสัญญาถาวรตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 โดยมีสัญญาถึงวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2568

  • ทีมชาติ
ชนาธิป
ชนาธิป สรงกระสินธ์
ชนาธิป

ชุดเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปี

ชนาธิปลงเล่นในระดับชาติให้กับทีมชาติไทยเป็นครั้งแรก ในรายการฟุตบอลเยาวชนอายุ 19 ปีชิงแชมป์เอเชีย 2012 ในรอบคัดเลือกที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ภายใต้การคุมทีมของ สมชาย ชวยบุญชุม  โดยรอบคัดเลือกไทยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มอี ร่วมกับทีมเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปีของเกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน และ กวม

ชนาธิป ลงสนามในนัดแรกของการแข่งขันรอบคัดเลือก วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ในเกมที่ทีมชาติไทยชนะเกาหลีใต้ 1-0 ที่สนามเทพหัสดิน โดยถือเป็นการลงเล่นให้ทีมชาติไทยในระดับเยาวชนเป็นครั้งแรกของเจ้าตัวด้วย และมายิงได้ 1 ประตู ในเกมถล่มทีมชาติทีมชาติกวม 13-0 เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 โดยการแข่งขันในรอบคัดเลือก ชนาธิป สรงกระสินธ์ ทำผลงานกับทีมชาติไทยชุดอายุ 20 ปี ได้อย่างยอดเยี่ยมสามารถคว้าแชมป์กลุ่มได้สำเร็จ ด้วยการชนะเกาหลีใต้ 1-0, ชนะไต้หวัน 1-0, ชนะกวม 13-0 และเสมอญี่ปุ่น 0-0 ได้เข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่ม

โดยในการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนอายุ 19 ปีชิงแชมป์เอเชียรอบสุดท้ายที่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไทยอยู่ในกลุ่ม บี ร่วมกับเกาหลีใต้, จีน และอิรัก ซึ่งการแข่งขันทั้ง 3 นัด จะแข่งที่สนามกีฬาฟูไจราห์ คลับ เมืองฟูไจราห์ โดยไทยลงแข่งขันนัดแรกกับจีน ในวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ชนาธิป สามารถผ่านบอลให้ วรนาถ ทองเครือ เข้าไปยิงประตูได้ และช่วยให้ทีมชาติไทยเอาชนะจีนไปได้ 2-1 ต่อมาในการแข่งขันกับเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ไทยกลับแพ้ไป 1-2 และการแข่งขันนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ไทยแพ้อิรักไป 0-3 ตกรอบไปในที่สุด

ชุดเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี

เดือนธันวาคม พ.ศ. 2556 เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ได้เรียก ชนาธิป ที่ขณะนั้นเคยเล่นให้ทีมชาติชุดใหญ่มาแล้วในยุคของวินฟรีด เชเฟอร์ มาเป็นหนึ่งในผู้เล่นทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ในแข่งขันซีเกม 2013 ที่กรุงเนปยีดอ ประเทศพม่า

โดย ชนาธิป ลงเล่นในซีเกมเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2556 ในการแข่งขันนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่มที่ทีมชาติไทย เอาชนะ ติมอร์-เลสเต ไป 3-1 โดยถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทน ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ในช่วง 25 นาทีสุดท้าย ซึ่งในการแข่งขันซีเกม 2013 นี้ ชนาธิป รับบทบาทเป็นผู้เล่นตัวสำรองที่มักจะถูกส่งลงสนามเพื่อสร้างสรรค์เกมรุกในช่วงครึ่งหลังอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งสามารถทำผลงานได้อย่างดี โดยได้เล่นเป็นตัวจริง 1 นัด ในเกมที่เสมอกับกัมพูชา 0-0 และสามารถช่วยให้ทีมชาติไทยผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

ในนัดชิงชนะเลิศ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ต้องพลาดโอกาสในการลงแข่งกับอินโดนีเซีย เนื่องจากได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าแข้ง แต่ทีมชาติไทยก็เอาชนะไปได้ 1-0 คว้าเหรียญทองไปครองได้สำเร็จ

  • ทีมชาติชุดใหญ่

ชนาธิป ได้ลงสนามให้ทีมชาติไทยชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในการแข่งขันนัดอุ่นเครื่องกับภูฏาน เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ที่สนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง โดยถูกเปลี่ยนตัวลงมาในครึ่งหลังและทำให้ทีมชาติไทยชนะไป 5-0

จากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้คัดเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้เล่นชุดเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 โดยชนาธิปเป็นผู้เล่นที่มีอายุน้อยที่สุดภายในทีม และได้ลงสนามในรายการนี้เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ที่ไทยพบกับเวียดนามในรอบแบ่งกลุ่ม โดยถูกเปลี่ยนตัวลงมาเล่นแทนปิยพล บรรเทาที่มีอาการบาดเจ็บ (จบเกมไทยชนะ 3-1) จากนั้นเขามีโอกาสลงสนามอีกครั้งหนึ่งในนัดชิงชนะเลิศนัดที่ 2 พบกับทีมชาติสิงคโปร์ ชนาธิปมีโอกาสเลี้ยงกระชากหนีนักเตะสิงคโปร์และยิงประตูหนึ่งครั้ง แต่ไม่สำเร็จ และได้รองแชมป์ในที่สุด

พ.ศ. 2556 ได้เล่นในฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 42 ปี พ.ศ. 2556 ที่จัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีทีมที่เข้าร่วมแข่งขันคือเกาหลีเหนือ, สวีเดน และฟินแลนด์

บทความแนะนำ  ประวัติ เนย์มาร์ (เนมา) ผลงาน และเส้นทางสู่นักฟุตบอลอาชีพ ระดับโลก

ในการแข่งขันนัดแรกที่ทีมชาติไทยพบทีมชาติฟินแลนด์ เมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556 ที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ชนาธิป ลงเล่นเป็นตัวจริง แต่จบด้วยการแพ้ฟินแลนด์ 1-3 ทำให้ต้องชิงที่ 3 กับเกาหลีเหนือ โดยการแข่งขันนัดชิงที่ 3 ในวันที่ 26 มกราคม ชนาธิปลงเล่นเป็นตัวจริงอีกครั้ง ก่อนจะเสมอกันไป 2-2 คว้าอันดับ 3 ร่วมไปครอง

ในการแข่งขันฟุตบอลเอเชียนคัพ 2015 รอบคัดเลือก ไทยอยู่ร่วมสายกับ อิหร่าน คูเวต และเลบานอน นัดแรก 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 ไทยเปิดสนามราชมังคลากีฬาสถาน พบกับคูเวต ชนาธิปมีชื่อเป็นตัวสำรองและได้ลงสนามแทนจักรพันธ์ พรใสในนาทีที่ 72 ถัดจากนั้น 3 นาที ชนาธิปสามารถทำประตูตีไข่แตกได้ และจบเกมไทยเปิดบ้านแพ้คูเวตไป 1-3 โดยประตูดังกล่าวถือว่าประตูแรกของชนาธิป ในการเล่นให้กับทีมชาติชุดใหญ่

ชนาธิป เป็นตัวหลักในยุคของ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือที่รับหน้าที่กุนซือขัดตาทัพสำหรับทีมชาติชุดใหญ่แทน วินฟรีด เชเฟอร์ โดยซิโก้ประเดิมคุมทีมชาติชุดใหญ่เมื่อ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2556 โดยได้นำนักเตะชุดซีเกม 2013 ไปอุ่นเครื่องกับทีมชาติจีน และถล่มทีมชาติจีนคาบ้านถึง 5-1 โดยชนาธิปเป็นหนึ่งในผู้ทำประตูด้วย

ในการแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 ชนาธิปเล่นได้อย่างโดดเด่น และเป็นผู้เล่นที่ถูกจับตามองในการแข่งขันครั้งนี้ ในนัดชิงชนะเลิศที่ไทยพบกับมาเลเซีย ทางมาเลเซียระบุว่าชนาธิปเป็น 1 ใน 3 ผู้เล่นของไทยที่ต้องระวัง (อีก 2 คน คือ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ และ ชาริล ชับปุยส์) ในการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศนัดที่ 2 ที่ไทยเป็นฝ่ายแพ้ไป 3-2 แต่โดยผลการแข่งขันรวมแล้ว ไทยชนะไป 4-3 ชนาธิปเป็นผู้ยิงประตูที่ 2 ให้กับไทยได้ในนาทีที่ 86 จากลูกยิงนอกเขตโทษ ทำให้ไทยได้แชมป์รายการนี้ไปเป็นสมัยที่ 4 และเป็นแชมป์ครั้งแรกในรอบ 12 ปี นอกจากแล้ว ชนาธิป ยังได้รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมในรายการนี้ไปอีกด้วย

เกียรติประวัติ

  • รางวัลระดับสโมสร

เอฟเอ ยูธ คัพ 2554 :ชนะเลิศ (บีอีซี เทโรศาสน U-19)

โตโยต้า ลีกคัพ 2557 :ชนะเลิศ (บีอีซี เทโรศาสน)

โตโยต้า ไทยลีก 2559 :ชนะเลิศ (เมืองทอง ยูไนเต็ด)

เจลีกคัพ 2562 :รองชนะเลิศ (คอนซาโดเล ซัปโปโระ)

  • รางวัลระดับทีมชาติ

เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 : รองแชมป์

ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 42 ปี พ.ศ. 2556 : อันดับสาม

ซีเกม 2013 : เหรียญทอง

เอเชียนเกม 2014 : อันดับสี่

เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 : ชนะเลิศ

ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 43 ปี พ.ศ. 2558 : รองชนะเลิศ

ซีเกม 2015 : เหรียญทอง

เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 201ุ6 : ชนะเลิศ

  • รางวัลส่วนบุคคล

นักฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยี่ยม สยามโกลเดนบอล ประจำปี พ.ศ. 2554 และปี พ.ศ. 2557

ผู้เล่นเยาวชนยอดเยี่ยม ไทยพรีเมียร์ลีก ประจำฤดูกาล 2555

เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยม โตโยต้า ลีกคัพ ประจำฤดูกาล 2557

เป็นผู้เล่น ยอดเยี่ยม เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ ประจำปี 2014[4]

ผู้เล่นยอดเยี่ยม เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ ประจำปี 2016

นักฟุตบอลยอดเยี่ยม, รางวัลคะแนนเสียงยอดนิยม (Popular Vote), นักฟุตบอลรวมดารา (All-Stars) รายการไทยพรีเมียร์ลีก และผู้ยิงประตูประทับใจ สยามโกลเดนบอล ประจำปี พ.ศ. 2557

นักกีฬาสมัครเล่นยอดเยี่ยม ประเภทชาย และรางวัลสุดยอดประทับใจแห่งปี สยามกีฬาอวอร์ดส์ ประจำปี พ.ศ. 255

นักเตะยอดเยื่ยมประจำทีม คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ประจำฤดูกาล 2018

นักเตะยอดเยื่ยมประจำสนามซัปโปโรโดม ประจำฤดูกาล 2018

1 ใน 11 ผู้เล่นยอดเยี่ยมของ เจลีก ดิวิชัน 1 ฤดูกาล 2018

จุดเด่นของ เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์

  1. 1. การครองบอลของ ชนาธิป คือจุดเด่นของเขาอย่างมาก การครองบอลของเขาเป็นธรรมชาติอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงบอลโยกเปลี่ยนทิศอย่างรวดเร็ว การเลี้ยงบอลติดเท้า ไปจนถึงแตะบอลผ่านคู่แข่ง
  2. 2. การเร่งสปีดต้นของตนเอง ชนาธิป ก็ทำได้อย่างดี เรียกได้ว่าเขาคือกองกลางตัวทำเกมที่มีความเร็วจัดจ้านมาก
  3. 3. การปรับตัวและเข้ากับเพื่อนร่วมทีมได้ดีก็คือจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ เมสซีเจ เช่นกัน สังเกตได้ว่า ชนาคุง สามารถเล่นได้เข้าขาและเป็นศูนย์ของทีมได้ในเวลาอันสั้น
  4. 4. การหาช่องและการจ่ายบอล ชนาคุง ก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน ส่งผลให้เขาคือตัวทำเกมประจำทีมอย่างรวดเร็ว

จุดเสียของ เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์

  1. 1. การเจอแนวรับที่ตัวใหญ่อย่างหินผา ทำให้บ่อยครั้งเขาต้องเจองานที่ยากลำบาก
  2. 2. การโดนตัดบอลบ่อยเนื่องจากการครองบอลและการเลี้ยงบอลของเขา มักจะไม่ได้รับการเป่าฟาวล์จากกรรมการอย่างที่ควร ทำให้บางครั้งก็เจ็บตัวฟรี และมีโอกาสที่จะบาดเจ็บหนัก
  3. 3. ชนาธิป มีความสูงเพียง 158 ทำให้การเล่นลูกกลางอากาศของเขาค่อยข้างเป็นจุดอ่อน

บทความที่น่าสนใจ