เกมติดตาม รายงานผลฟุตบอล แบบเรียลไทม์

แทงบอลออนไลน์

แทงบอลออนไลน์

แทงบอลออนไลน์

แทงบอลออนไลน์

แทงบอลออนไลน์

แทงบอลออนไลน์

แทงบอลออนไลน์

แทงบอลออนไลน์

5 เหตุผล “หงส์แดง” ฟอร์มหลุดซีซั่นนี้

ใครเป็นสาวก “เดอะ ค็อป” นาทีนี้เชื่อว่าคงยกธงขาวยอมรับความจริงแล้วว่าโอกาสที่ ลิเวอร์พูล จะป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกมันริบหรี่สุดๆ หลังพวกเขามีแต้มตามหลัง แมนฯ ซิตี้ ทีมจ่าฝูงไปแล้วถึง 19 คะแนน
ฤดูกาลนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับปีก่อนที่พวกเขาผงาดขึ้นไปคว้าแชมป์ การทำงานของ เจอร์เก้น คล็อปป์ เต็มไปด้วยอุปสรรคที่เรียกว่าพายุมรสุมสาดเข้าใส่แบบไม่มีให้พักเลยก็ว่า ซึ่งวันนี้เราจะมาลองวิเคราะห์กันว่า อะไรคือปัจจัยที่ทำให้ หงส์แดง ฟอร์มตกกันครับ
1.ปัญหาแนวรับนัดกันเจ็บ
จริงอยู่การเสียปราการหลังที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดในโลกยุคนนี้อย่าง เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค ตั้งแต่เกมที่ 5 กับ เอฟเวอร์ตัน มันคือปัญหาใหญ่ที่มีผลกระทบหนักกับทีมอย่างแน่นอน แต่ถ้าแค่คนเดียว เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็พอจะรับมือได้อยู่
ขนาด โจ โกเมซ อีกหนึ่งเซนเตอร์ฮาล์ฟตัวจริงมาเจ็บยาวตามไปอีกคนตั้งแต่เกมที่ 8 แต่ ลิเวอร์พูล ยังก็รักษาสถิติไม่แพ้ใครในลีกนานถึง 11 เกม เพราะการแก้ผ้าเอาหน้ารอดถอย ฟาบินโญ่ มาเป็นแกนหลักในเกมรับ มันก็ยังพอถูพอไถช่วยทีมได้อยู่ไม่น้อย
แต่อย่างที่บอกไปว่า หงส์แดง เจอมรสุมอาการบาดเจ็บ โฌแอล มาติป มาเจ็บยาวเพิ่ม ฟาบินโญ่ ก็ออดๆ แอดๆ 6 เกมหลังสุดเล่นแค่เกมเดียว ทำให้ทีมเหลือแต่กองหลังดาวรุ่งอย่าง รีส วิลเลี่ยมส์ และ แนท ฟิลลิปส์ จนต้องถอย จอร์แดน เฮนเดอร์สัน มาเป็นแนวรับจำเป็นอีกราย ซึ่งกลายเป็นโดมิโน่พังไปทั้งระบบเลย
2.กองกลางขาดสมดุล
จากสถิติปีก่อนบ่งชี้ได้เป็นอย่างดีว่า จอร์แดน เฮนเดอร์สัน สำคัญกับแดนกลางและระบบของ เจอร์เก้น คล็อปป์ อย่างมาก โดยช่วงเวลาหนึ่งของฤดูกาลก่อนมีการเปิดเผยว่า ลิเวอร์พูล มีสถิติชนะถึง 80% หากมี เฮนโด้ อยู่ในสนาม และชนะเพียง 61.5% หากไร้กัปตันทีมคนเก่ง
และอย่างที่บอกไปพอต้องถอย เฮนเดอร์สัน ลงไปเล่นเซนเตอร์ฮาล์ฟ มันทำให้แดนกลางของ ลิเวอร์พูล ไม่ดุดันเหมือนเดิม โดย อาร์แซน เวนเกอร์ อดีตนายใหญ่ อาร์เซนอล วิจารณ์ว่า หงส์แดง เสียจุดแข็งเรื่องการเพรสซิ่งสูงที่มักจะแย่งบอลคืนได้ไวและทำเกมรุกเร็วจนคู่แข่งไม่ทันได้ตั้งตัว
ติอาโก้ อัลคันทาร่า ยอดห้องเครื่องที่ไปสอยมาจาก บาเยิร์น มิวนิค เรื่องฝีเท้าไม่มีใครกล้าสงสัยความเก่งอยู่แล้ว แต่ดูเหมือนดาวเตะสแปนิช อาจไม่เหมาะกับระบบของ คล็อปป์ โดย ดีทมาร์ ฮามันน์ อดีตกองกลาง หงส์แดง บอกว่าเขาไม่ใช่นักเตะที่จะทำงานหนัก และมักจะขอบอลตลอด จนทำให้เกมรุกของ ลิเวอร์พูล ช้าลง
3.สามผสานไม่ดุดันเหมือนเก่า
ถ้าวัดในเชิงตัวเลข โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดูจะมีสถิติการพังประตูดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะตอนนี้เจ้าตัวยิงไปแล้วถึง 17 ประตูจาการลงสนาม 24 นัด น้อยกว่าเพียง 2 ประตูจากการลงเล่นทั้งหมดในฤดูกาลก่อน
ส่วน โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ก็ตามมาตรฐานอยู่ซีซั่นก่อนยิง 9 ตอนนี้ก็ซัดมาแล้ว 6 คนที่ฟอร์มตกอย่างน่าใจหายที่สุดคือหนีไม่พ้น ซาดิโอ มาเน่ ที่ปีก่อนยิงไปถึง 18 ประตู แต่ตอนนี้ผ่านไป 24 นัดแล้วเพิ่งมีแค่ 7 ประตูเท่านั้น แต่จะโทษแต่หัวหอกเซเนกัล รายเดียวคงไม่ยุติธรรมเลย เพราะถ้าใครติดตาม ลิเวอร์พูล นี้จริงๆ คงเห็นพ้องต้องกันว่าทั้ง 3 คนไม่เหมือนเดิม โดยเฉพาะการใช้โอกาสที่เปลืองมากขึ้น
ตัวอย่างง่ายๆ ก็เกมเสมอ นิวคาสเซิ่ล และแพ้ เซาธ์แฮมป์ตัน ที่มีโอกาสรวมกันถึง 53 ครั้งแต่ไม่ได้เลยสักประตู และตั้งแต่เข้าปี 2021 มาได้โดยเฉพาะการเล่นในถิ่นแอนฟิลด์ พวกเขา 3 คนมีโอกาสรวมกัน 35 ครั้ง เข้ากรอบ 7 ครั้ง ยังไม่ได้เลยสักประตูจากการเล่นโอเพ่นเพลย์
4.โชต้า มาเดี้ยงอีก
เอาจริงๆ แฟนบอล หงส์แดง ส่วนใหญ่ ไม่ได้คาดหวังกับ ดิโอโก้ โชต้า มากนัก เพราะตอนแรกเป้าหมายหลักที่คิดว่าทีมจะไปดึงมาเสริมแนวรุกก็คือ ติโม แวร์เนอร์ ทว่าสุดท้ายหัวหอกของ ไลป์ซิก ก็เลือกย้ายไปอยู่กับ เชลซี ซึ่งดูเหมือนจะไปได้ไม่สวยเท่าไรด้วยหลังมีช่วงที่ปืนฝืดนานเกือบ 10 นัด
ผิดกับหัวหอกจากโปรตุกีส ที่ปรับตัวได้ทันที 9 เกมที่ได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก ยิงได้ถึง 5 ประตู บวกกับอีก 4 ประตูในแชมเปี้ยนส์ลีก เรียกว่าในช่วงเวลาดังกล่าว โชต้า กลายเป็นดาวเด่นของทีมเหนือกว่า 3 ผสานหน้าเดิมอย่าง ซาลาห์, ฟีร์มิโน่ และ มาเน่ เสียอีก
การเข้ามาของอดีตหัวหอกจากวูล์ฟแฮมป์ตัน ทำให้แนวรุกของ หงส์แดง เกิดการแข่งขัน เจอร์เก้น คล็อปป์ สามารถปรับแท็คติกได้หลากหลายทั้ง 4-3-3, 4-2-3-1 หรือ 4-2-4 ก็เห็นมาแล้ว น่าเสียดายในช่วงที่เจ้าตัวกำลังฟอร์มร้อนแรงดันมาบาดเจ็บจนยังไม่ได้ลงเล่นอีกเลยตั้งแต่เกมที่ 12
5.แอนฟิลด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา
จุดขายอีกหนึ่งจุดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาที่ทำให้ ลิเวอร์พูล ประกาศศักดาคว้าได้ถึง 2 แชมป์ใหญ่อย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ พรีเมียร์ลีก นั้นก็คือการเล่นในถิ่นแอนฟิลด์ ที่มีสถิติไร้พ่ายนานถึง 68 เกม ก่อนไปเสียท่าคาบ้านให้กับ เบิร์นลี่ย์ 0-1 เมื่อ 22 ม.ค.64
เกมดังกล่าวตอนแรกก็คิดว่าคงเป็น “อุบัติเหตุลูกหนัง” ที่เกิดขึ้นได้แบบไม่ตั้งใจ แต่ทำไปทำมาเหมือนจะไม่ใช่ การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จนพรีเมียร์ลีก ต้องแข่งขันแบบปิดสนาม ไร้ซึ่งแฟนบอล น่าจะมีผลไม่น้อย เพราะเสียงเชียร์ของ เดอะ ค็อป นับเป็นอาวุธอย่างหนึ่งที่ใช้กดดดันคู่แข่งได้เป็นอย่างดี
เพราะนับตั้งแต่แพ้ เบิร์นลี่ย์ หลังจากนั้นอีก 3 เกมในบ้าน พวกเขาก็แพ้รวดต่อ ไบรท์ตัน, แมนฯ ซิตี้ และล่าสุด เอฟเวอร์ตัน กลายเป็นการแพ้เกมลีกในถิ่นแอนฟิลด์ 4 นัดติดต่อกันเป็นครั้งแรกในรอบ 98 ปี ไอ้ที่เคยคลัง เคยข่มผู้มาเยือน ทุกวันนี้ไม่เหลือคราบนั้นอีกแล้ว

บทความที่น่าสนใจ

Powered by Live Score & Live Score App