เกมติดตาม รายงานผลฟุตบอล แบบเรียลไทม์

แทงบอลออนไลน์

แทงบอลออนไลน์

แทงบอลออนไลน์

แทงบอลออนไลน์

แทงบอลออนไลน์

แทงบอลออนไลน์

แทงบอลออนไลน์

แทงบอลออนไลน์

โอบาเมยองแฮตทริก! “อาร์เซน่อล” คืนฟอร์มเก่งรัวใส่ “ลีดส์” ไม่ยั้ง 4-2

อาร์เซน่อล กลับมาคว้าชัยได้อีกครั้งในรอบ 4 เกม หลังเปิดรัง เอมิเตส์ สเตเดี้ยม เอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด ไปได้ 4-2 โดย ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมยอง คืนฟอร์มเก่งตะบันแฮตทริกแรกในซีซั่น พา ปืนใหญ่ แซงขึ้นไปรั้งอันดับ 10 ของตารางแทน โดยมี 34 คะแนนแทนที่ ยูงทอง ที่หล่นมาอยู่อันดับ 11 แทนมี 32 แต้มแต่แข่งน้อยกว่าไอ้ปืนใหญ่หนึ่งนัด ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

อาร์เซน่อล 4 – ลีดส์ ยูไนเต็ด 2

วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564

สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

ปืนใหญ่ เพิ่งบุกไปพ่าย แอสตัน วิลล่า 0-1 ในเกมลีกล่าสุด ส่งผลให้แพ้มา 2 นัดติดต่อกันแล้ว วันนี้ส่ง ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมย็องล่าตาข่ายหวังกู้ฟอร์มเก่งกลับมาอีกครั้ง ส่วนทาง ลีดส์ ยูไนเต็ด ผลงานสุดร้อนแรง ชนะคริสตัล พาเลซ 2-0 ในเกมล่าสุด เป็นการคว้าชัยนัดที่ 3 ในรอบ 5 เกม นัดนี้จัด แพทริค แบมฟอร์ด ยืนหน้าเป้าพร้อมยิงประตู

ครึ่งแรก

เริ่มเกมครึ่งแรก นาที 4 อาร์เซน่อล ทักทายก่อนเลย ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมย็อง ลากบอลจากริมเส้นฝั่งซ้าย พยายามจี้เข้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะล็อคกลับมาแล้วไหลบอลให้กับ เอ็คตอร์ เบเยริน ที่เติมขึ้นมาบริเวณแถวสอง ได้วิ่งมาซัดด้วยซ้ายแบบไม่จับ บอลพุ่งโด่งข้ามคานออกไป

ในนาที 12 ลีดส์ ยูไนเต็ด ได้ทักทายกลับบ้าง เป็นการขึ้นเกมทางริมเส้นฝั่งซ้าย แจ็ค แฮร์ริสัน ครอสบอลเข้าไปในกรอบ บอลลอยมาถึง แพทริค แบมฟอร์ด ได้เทคตัวขึ้นโหม่งเต็มหัว แต่ไปตรงตัว แบร์นด์ เลโน่ รับบอลไว้ได้

เพียง 1 นาทีหลังจากนั้น ทัพปืนใหญ่ ขึ้นนำ 1-0 จาก โอบาเมย็อง โชว์พริ้วสับขาหลอกเลี้ยงจี้เข้าหากองหลัง ลีดส์ ก่อนจะจี้มาถึงบริเวณกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย แล้วทำการโยกเข้าขวาแล้วยิงเร็วไปที่เสาแรกทันที บอลพุ่งเลียดเสียบเสาเข้าไปตุงตาข่ายอย่างเฉียบคม

มาในนาที 41 อาร์เซน่อล บวกประตูเพิ่มเป็น 2-0 หลังมาได้จุดโทษ จากจังหวะที่ อิลล็อง เมส์ลิเย่ร์ นายทวาร ลีดส์ เล่นยากพยายามจะล็อคบอลหนี บูคาโย่ ซาก้า แต่พลาดท่าเจอฉกบอล เจ้าตัวเลยต้องแก้ไขด้วยการเสียบสกัด แต่ดันไปฟาวล์ในกรอบเขตโทษ ทำให้เสียลูกโทษในเวลาต่อมา และเป็นทาง โอบาเมย็อง รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่มีปัญหา

นาทีที่ 45 ขุนพลปืนใหญ่นำห่างเป็น 3-0 จากการทำประตูของ เบเยริน หลังต่อบอลนานเป็นนาที แข้ง ลีดส์ ถึงกับหาบอลไม่เจอจนมาถึง ดานี่ เซบายอส ส่งบอลทะลุช่องให้กับ เบเยริน หลุดมาทางกรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนเจ้าตัวจะทำการซัดด้วยขวาเต็มข้อบอลพุ่งเสียบเข้าเสาแรกไปอย่างสุดสวย

จบครึ่งแรก อาร์เซน่อล ทำเกมรุกได้อย่างดุดัน เปิดบ้านนำ ลีดส์ อยู่ 3-0

ครึ่งหลัง

เริ่มเกมครึ่งหลังได้เพียง 2 นาที อาร์เซน่อล ทำประตูที่ 4 หลัง เอลแดร์ คอสต้า แข้ง ลีดส์ ที่เพิ่งถูกส่งตัวลงมาในครึ่งหลัง พลาดเสียบอลหน้ากรอบเขตโทษให้กับ เอมิล สมิธ โรว์ ได้เลี้ยงบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนจะเปิดบอลไปที่เสาสองให้กับโอบาเมย็อง ที่วิ่งมาตามนัด ได้ตั้งหัวโขกบอลเข้าไปตุงตาข่าย เจ้าบ้านบวกเพิ่มเป็น 4-0

ในนาที 49 ทัพยูงทองได้ลุ้นบ้าง เอ็กซิยาน อลิออสกี้ โหม่งบอลส่งต่อให้กับ ราฟินญ่า จากการเปิดบอลจากฝั่งตัวเองโดยเพื่อนร่วมทีม ก่อนที่ ราฟินญ่า จะทำการตะบันไกลด้วยขวาแบบไม่จับ บอลพุ่งส่ายกำลังจะเสียบเข้ามุมเสาไกล จน เลโน่ ต้องออกแรงกระโดดปัดบอลออกไปได้อย่างหวุดหวิด จังหวะนี้ถือเป็นซุปเปอร์เซฟของผู้รักษาประตูปืนใหญ่

นาทีที่ 58 ลีดส์ ทำประตูตีไข่แตกได้สำเร็จ จากจังหวะเตะมุม บอลถูกครอสเข้าไปในกรอบโดย ราฟินญ่า และเป็น ปาสกาลสไตรจ์ค วิ่งมาเทคตัวขึ้นโหม่งเข้าไปตุงตาข่ายจนเป็นประตูตีตื้น 1-4

หลังจากทำประตูตีไข่แตกได้ เกมรุกของ ลีดส์ ดีขึ้นมาทันตาเห็น มาถึงนาที 69 ยูงทอง ทำประตูตามมาเป็น 2-4 จากการประสานงานของสองนักเตะตัวสำรอง ไทเลอร์ โรเบิร์ตส์ หลุดมาทางริมเส้นฝั่งซ้าย ก่อนจะบรรจงผ่านบอลย้อนเข้ากลางมาให้ คอสต้า ได้วิ่งมาเข้าฮอสแปด้วยขวาบอลพุ่งเข้าไปซุกก้นตาข่าย

จบเกม อาร์เซน่อล คืนฟอร์มเก่ง เปิดบ้าน อัด ลีดส์ ยูไนเต็ด 4-2 โดย ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมย็อง สามารถทำแฮตทริกได้ในเกมนี้พร้อมทำแต้มกลับไปอยู่ครึ่งบนของตาราง โดยมี 34 แต้ม ตามหลังอันดับ 9 อย่าง สเปอร์ส 2 คะแนน

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

อาร์เซน่อล : แบร์นด์ เลโน่ – เอ็คตอร์ เบเยริน, กาเบรียล มากัลเญส, ดาวิด ลุยซ์, เซดริก โซอาเรส – ดานี่ เซบายอส (ร็อบ โฮลดิ้ง น.88), กรานิต ชาคา – บูคาโย่ ซาก้า, มาร์ติน โอเดการ์ด (โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ น.78), เอมิล สมิธ โรว์ (วิลเลี่ยน น.62) – ปิแอร์-เอเมริคโอบาเมย็อง

ลีดส์ ยูไนเต็ด : อิลล็อง เมส์ลิเย่ร์ – เจมี่ แช็คเคิลตัน, ลุค อายลิ่ง, เลียม คูเปอร์, เอ็กซิยาน อลิออสกี้ (ไนออลล์ ฮักกิ้นส์ น.53)- ปาสกาลสเตร้าซ์ – ราฟินญ่า, สจ๊วร์ต ดัลลัส, มาเตอุสซ์ คลิช (ไทเลอร์ โรเบิร์ต น.46), แจ็ค แฮร์ริสัน (เอลแดร์ คอสต้า น.46) – แพทริค แบมฟอร์ด

บทความที่น่าสนใจ

Powered by Live Score & Live Score App