เกมติดตาม รายงานผลฟุตบอล แบบเรียลไทม์

แทงบอลออนไลน์

แทงบอลออนไลน์

แทงบอลออนไลน์

แทงบอลออนไลน์

แทงบอลออนไลน์

แทงบอลออนไลน์

แทงบอลออนไลน์

แทงบอลออนไลน์

ทำดีที่สุดแล้ว! “ซาลาห์” ยิงเซฟดาวซัลโว “ลิเวอร์พูล” รัวแซง “วูล์ฟส์” 3-1

โม ซาลาห์ ลงมายิงพา “หงส์แดง” พลิกแซงนำ ก่อน “ร็อบโบ้” ยิงปิดกล่องพาทีมบดชนะ วูล์ฟส์ แต่ไม่เพียงพอที่จะแซงป้ายเข้าวินแชมป์ พรีเมียร์ลีก เมื่อ “เรือใบ” รัวสองลูกรวดดับ วิลล่า ส่วนดาวเตะไอยคุปต์คว้าดาวซัลโวร่วมกับ ซน ฮึง-มิน

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
ลิเวอร์พูล 3 วูล์ฟแฮมป์ตัน 1
วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม 2565
สนาม : แอนฟิลด์

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ “หงส์แดง” ไม่แพ้ 17 นัดติตต่อกันในทุกรายการและกำลังลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกกับ แมนฯซิตี้ โดยเงื่อนไขที่จะเป็นแชมป์คือต้องเอาชนะ วูล์ฟส์ และลุ้นให้ แอสตัน วิลล่า ไม่แพ้ เรือใบสีฟ้า เกมนี้นายใหญ่เลือดด๊อยช์ท ยังไร้ ฟาบินโญ่ ที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บ โดยส่ง นาบี้ เกอิต้า ยืนคุมแดนกลางร่วมกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ขณะที่ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มีชื่อเป็นแค่ตัวสำรอง

ด้าน บรูโน่ ลาช กุนซือ หมาป่า พาทีมไม่ชนะมา 6 นัดติดต่อกันในลีกโดยเก็บได้เพียงแค่ 2 แต้ม ฟอร์มล่าสุดเสมอกับ นอริช ซิตี้ 1-1 (เหย้า) แต่ก็ยังรักษาอันดับ 8 เอาไว้เหนียวแน่น คอเนอร์ เคาดี้ แนวรับกัปตันทีมซึ่งเป็นอดีตเด็กปั้น “หงส์แดง” ยืนประจำการแนวรับ แดนกลางมี ชูเอา มูตินโญ่ เล่นร่วมกับ รูเบน เนเวส ส่วนแนวรุกใช้ เปโดร เนโต้ จับคู่กับ ราอูล ฮิเมเนซ

 

ครึ่งแรก
เริ่มเกมแค่ 3 นาที กองเชียร์ใน แอนฟิลด์ เงียบสงัด เมื่อ อิบราฮิม่า โกนาเต้ โขกสกัดบอลผิดเหลี่ยมบอลตกมาเข้าทาง ราอูล ฮิเมเนซ ก่อนที่ดาวยิงเม็กซิกันปาดบอลมาหน้าประตูให้ เปโดร เนโต้ เข้าชาร์จส่งให้ทีมเยือนออกนำ 1-0 แบบสุดช็อก

ถัดมานาทีที่ 6 “เร้ด แมชชีน” ตอบโต้คืนบ้าง หลุยส์ ดิอาซ ได้บอลทางกราบขวา แล้วครอสบอลมาให้ โฌแอล มาติป ลอยตัวขึ้นโขก ทว่าบอลพุ่งไม่ตรงกรอบ

เจ้าถิ่นเร่งเครื่องหนัก หลุยส์ ดิอาซ รับบอลแทงทะลุช่องจาก แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน จนถึงสุดเส้นหลังแล้วปาดมาหน้าประตูหมายจะให้เพื่อนเข้าฮอส แต่ไม่มีผู้เล่น ลิเวอร์พูล เข้าถึงบอลเลยสักคน

“ทีมหมาป่า” โต้กลับคืนบ้างและเกือบบวกสกอร์ที่สอง นาที 18 เลอันโดร เดนดองเกอร์ เติมเกมสูงขึ้นมาแล้วได้ซัดเต็มข้อจากลูกจ่ายของ เปโดร เนโต้ แต่บอลเหินข้ามคานออกไปไกล

“หงส์แดง” ทวงประตูตีเสมอสำเร็จ นาที 24 ติอาโก้ ไขว้บอลต่อให้ ซาดิโอ มาเน่ หลุดเดี่ยวเข้าไปซัดมุมแคบผ่านตัว โชเซ่ ซา พาเจ้าถิ่นกลับคืนสู่เกม 1-1

นาที 38 ด้วยความที่ แมนฯซิตี้ โดน แอสตัน วิลล่า ขึ้นนำ 1-0 ลิเวอร์พูล พยายามเร่งเครื่องหนักจากแรงส่งจากแฟน ๆ ในสนามแล้วแนวรับลอยสูงทำให้ วูล์ฟส์ เล่นงานแทงทะลุช่องให้ ฮวาง อี-ชาน หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปดวลตัวต่อตัวกับ อลีสซง แต่แข้งเกาหลีใต้ยิงไปติดเซฟนายด่านแซมบ้าที่ออกมาปิดมุมได้ดี

หมดครึ่งเวลาแรก ลิเวอร์พูล ยังเสมอกับ วูล์ฟส์ 1-1

ครึ่งหลัง
เริ่มครึ่งหลัง คล็อปป์ ทำการเปลี่ยนตัวผู้เล่นคนแรก หลังจากช่วงท้ายครึ่งแรก ติอาโก้ มีอาการบาดเจ็บ โดยส่ง เจมส์ มิลเนอร์ ลงมาเล่นแทน ขณะที่ วูล์สฟ์ เปลี่ยน โชเซ่ ซา ที่มีอาการบาดเจ็บออกแล้วส่ง จอห์น รัดดี้ ลงเฝ้าเสาแทน

นาที 50 “เดอะ ค็อป” เฮเก้อ เมื่อ ซาดิโอ มาเน่ หลุดเข้าไปยกบอลข้ามตัว จอห์น รัดดี้ ส่งบอลเข้าประตู ทว่ากลายเป็นลูกล้ำหน้าไปเสียก่อน

ลิเวอร์พูล ทำการเปลี่ยนตัวคนที่สอง นาที 58 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ถูกเปลี่ยนตัวลงมาเล่นแทน ดิโอโก้ โชต้า

นาที 64 เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ หุบมายืนตรงกลางแล้วตั้งเป้ากดด้วยขวาเต็มข้อ บอลพุ่งได้ลุ้นแต่ทาง จอห์น รัดดี้ ยังป้องกันไว้ได้ แล้ว โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ตามมาซ้ำบอลก็เหินข้ามคานออกไปไกล

นาที 83 หลุยส์ ดิอาซ โยกหนีแนวรับ วูล์ฟส์ สองคนก่อนจะยิงด้วยขวาทว่าบอลไปติดบล็อก คอเนอร์ เคาดี้ แฉลบออกหลังไป

จากนั้นนาทีเดียวจากจังหวะลูกเตะมุม เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปิดให้ อิบราฮิม่า โกนาเต้ โขกช็อตแรกโดนสกัดบอลเส้นก่อนที่บอลเข้าทาง โฌแอล มาติป แล้ว โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ตวัดยิงเข้าประตู ลิเวอณ์พูล พลิกแซง 2-1

ก่อนเข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ “หงส์แดง” ฉีกหนีเป็น 3-1 แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ทำชิ่งกับ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ก่อนที่แบ็กเลือดสกอตช์จบสกอร์เข้าไปอย่างเด็ดขาดในนาทีที่ 89

หมดเวลาการแข่งขัน ลิเวอร์พูล เอาชนะ วูล์ฟส์ 3-1 จบซีซั่น 2021/22 ด้วยตำแหน่งรองแชมป์มี 92 คะแนนจาก 38 นัด ขณะที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ คว้ารางวัลดาวซัลโวร่วมกับ ซน ฮึง-มิน ที่จำนวน 23 ประตู

 

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
ลิเวอร์พูล : อลีสซง เบ็คเกอร์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, โฌแอล มาติป, อิบราฮิม่า โกนาเต้, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, ติอาโก้ อัลกันตาร่า(เจมส์ มิลเนอร์ น.46), นาบี้ เกอิต้า(โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ น.70), จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ซาดิโอ มาเน่, ดิโอโก้ โชต้า(โมฮาเหม็ด ซาลาห์ น.58), หลุยส์ ดิอาส

วูล์ฟส์ : โชเซ่ ซา(จอห์น รัดดี้ น.46), วิลลี่ โบลี่, คอเนอร์ โบลี่, โตติ, รายาน เอท-นูริ, รูเบน เนเวส, จอนนี่, ชูเอา มูตินโญ่, เลอันโดร เดนดองเกอร์, เปโดร เนโต้ (ฮวาง อี-ชาน น.22) , ราอูล ฮิเมเนซ

บทความที่น่าสนใจ

Powered by Live Score & Live Score App